Watercolor Supplies (1) – การเลือกซื้อสีน้ำ

Art

หลายๆคนทั้งมือใหม่ และผู้ที่คุ้นเคยกับสีน้ำมักจะประสบกับเหตุการณ์แบบนี้…

  • ทำไมเวลาผสมสีน้ำแล้วมันออกมาขุ่น ไม่เหมือนสีที่ออกมาจากหลอดสดๆ
  • สีน้ำที่บีบทิ้งไว้ในจานสี พอแห้งแล้วมันแตก หรือขึ้นรา
  • สีที่ซื้อมาไม่ใส่ หรือเวลาระบายแล้วมันตกตะกอน

และอื่นๆอีกมากมาย… วันนี้ผมจะมาอธิบายและแนะนำการเลือกซื้อสีน้ำให้ฟังครับ

Grade

ผลิตภัณฑ์สีน้ำ (รวมไปถึงอุปกรณ์ศิลปะแทบทุกชนิด) นั้นแบ่งเป็นเกรดครับ ทั่วๆไปก็จะเป็น เกรดนักศึกษา (Students’ Grade) ที่มีราคาถูก แต่คุณภาพจะไม่ดีเท่ากับเกรดศิลปิน (Artists’ Grade) ที่ราคาแพงกว่า ถ้าเป็นสีน้ำเกรดศิลปินนั้นจะมีตัวผงสี (pigment) เยอะกว่า และจะมีเฉดสีให้เลือกมากกว่าครับ ซึ่งในโพสต์นี้ผมจะขอเน้นไปที่สีน้ำเกรดศิลปินละกันเนาะ


สีน้ำนั้นมีคุณสมบัติสำคัญๆที่เราจะใช้เป็นแนวทางในการเลือกซื้อสีดังนี้

Pigment

สิ่งแรกที่ควรดูเวลาเลือกซื้อสีก็คือดูชนิดของผงสีครับ เพราะสีต่างยี่ห้อกันอาจจะตั้งชื่อไม่เหมือนกัน เราสามารถดูได้เบื้องต้นจาก Color Index (เช่น PY35, PR127) ครับ เวลาเลือกซื้อสี เราควรจะเลือกสีที่มีผงสีเดี่ยวๆ ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดความผิดพลาดมากเวลาผสมสี เพราะผงสีบางชนิดจะทำปฏิกริยากันแตกต่างกันไปครับ นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เวลาเราผสมสีแล้วสีออกมาขุ่นๆ หรือที่เรียกว่า mud นั่นเองครับ

Transparency (ความใส)

จุดเด่นของสีน้ำที่ใครๆหลายคนชื่นชอบนั่นก็คือ ความใส นั่นเอง ซึ่งคุณสมบัติจะทำให้เราสามารถทาสีน้ำทับๆกันแล้วเกิดมาเป็นสีใหม่ได้ (Glazing) เวลาเลือกสีก็ลองสังเกตดูว่าสีนี้มัน transparent (ใส) หรือว่า opaque (ขุ่น) บางยี่ห้ออาจจะมี semi-transparent (กึ่งใส) ด้วย

มันจะมีสีอีกประเภทนึงเรียกว่า Gouache มีคุณสมบัติคล้ายๆสีน้ำ แต่จะมีความขุ่นมากเหมือนสีโปสเตอร์ เราสามารถเอามาใช้แทนสีน้ำแบบขุ่นบางสีเช่นสีขาวหรือสีดำได้

Lightfastness (ความทนแสง)

เวลาศิลปินจะสร้างผลงานที่สามารถเก็บไว้ได้นานๆนั้นต้องคำนึงถึงค่านี้มากๆ สีที่ความทนแสงมาก (Lightfast) เวลาผ่านไปสีจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมน้อยกว่าสีที่ไม่ทนแสง (Fugitive) ถ้าเราต้องการสร้างงานที่เก็บไว้ได้นานๆ เช่นงานที่ใช้ขาย หรือโชว์ ก็ควรเลือกสีที่มี Lightfastness สูงๆครับ

Granulating

สีบางประเภท (โดยเฉพาะที่ทำจากแร่ธาตุ) จะคุณสมบัติพิเศษอย่างนึงเรียกว่า Granulating หรือการตกตะกอนของสี ซึ่งเวลาเราระบายลงบนกระดาษ สีที่ได้ออกมาจะไม่เรียบ เห็นเป็นจุดๆ หรือมีลวดลายตามกระดาษ แต่บางทีอาจจะไม่เหมาะกับงานที่เราทำ ดังนั้นควรเลือกดูให้ดีๆก่อนนะครับ (แต่ส่วนตัวผมชอบนะ มันทำให้งานดูมีอะไรดี)

Staining

เวลาที่เราลงสีผิดแล้วต้องการจะแก้ หลายคนจะมีเทคนิคคือเอาน้ำทาๆแล้วซับออก ซึ่งก็ได้ผลดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่สำหรับสีบางสี ต่อให้ถูจนกระดาษแทบทะลุแล้วสีก็ยังไม่จางลง นั่นเป็นเพราะว่าสีนั้น stain มากครับ สีที่มีค่านี้สูงหมายความว่า ตัวผงสีจะยึดติดกับเยื่อกระดาษมากทำให้ล้างออกได้ยากครับ แต่ส่วนใหญ่ในชาร์ทสีมักจะไม่ได้บอกค่านี้ไว้


การเลือกสีในจานสีเป็นเรื่องที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง เพราะเราจะต้องใช้สีเท่าที่มีในการลงสีไปอีกนาน หากเลือกสีผิดคงจะไม่ดีนัก ต่อไปผมจะขอแนะนำการเลือกสีที่ควรจะมีเป็นพื้นฐาน หรือสำหรับผู้เริ่มต้น เวลาเราใช้ไปเรื่อยๆอาจจะซื้อสีอื่นมาเพิ่มหรือเปลี่ยนสีได้ตามต้องการ

แล้วใช้แค่แม่สี 3 สีไม่ได้หรือ?

หากเรามีแค่ 3 สี แดง เหลือง น้ำเงิน เวลาเราผสมสีแล้วจะได้สีออกมาขุ่น ซึ่งเป็นเพราะสีที่ผสมกันมีบางส่วนไปหักล้างกันครับ

เราจะแก้ได้โดย แยกแม่สีออกเป็นสองโทน คือโทนร้อน (ค่อนไปทางสีแดงบน color wheel) กับโทนเย็น (ค่อนไปทางสีน้ำเงิน) และกำหนดกฏหลักข้อนึงคือ ห้ามเอาสีโทนร้อนผสมกับโทนเย็นเด็ดขาด ไม่งั้นสีที่ได้จะเน่าครับ แล้วเราก็อาจจะเพิ่มสีโทนน้ำตาลหรือโทนเข้มๆเข้าไปนิดหน่อย แค่นี้ก็พอใช้วาดรูปได้แทบทุกแบบแล้วครับ ชุดสีแบบนี้เรียกว่า Split Primary ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากที่สุดในกลุ่มศิลปินครับ

สีที่แนะนำ (ชื่อสีของแต่ละยี่ห้อจะไม่เหมือนกันนะครับ ให้สังเกตโทนและ Pigment เป็นหลัก) ผมจะแนะนำเป็นแบบถูก, กับแบบแพงนะครับ **สีบางสีที่มีราคาแพงอาจจะมีการผลิตอีกสีนึงจากการผสมผงสีอื่นๆให้ออกมาคล้ายสีนั้นมากที่สุด แล้วมักจะลงท้ายชื่อด้วย hue เช่น Cadmium Red Light Hue ซึ่งมีราคาถูกกว่า

Cool Yellow

  • Hansa Yellow Light (P3) (บางยี่ห้อจะเป็น Lemon Yellow)
  • Cadmium Lemon Yellow (PY35) (สีที่มี Cadmium จะ opaque)

Warm Yellow

  • Nickel Diozine Yellow (PY153) (New Gamboge, Indian Yellow)
  • Cadmium Yellow Deep (PY35)

Warm Red

  • Pyrrole Red (PR254) หรือ Pyrrole Scarlet (PR255)
  • Cadmium Red Light (Hue) (PR108)

Cool Red

  • Quinacridone Rose (PV19) หรือ Quinacridone Magenta (PR122)
  • หลายคนจะแนะนำ Alizarine Crimson ซึ่งก็สามารถใช้ได้แต่ผมไม่แนะนำเพราะมีผงสีผสม และไม่ค่อยทนแสงครับ

Cool Blue

  • Ultramarine (PB29)
  • Cobalt Blue (PB73) แต่ผมแนะนำให้ใช้ Ultramarine ซึ่งนำไปผสมเป็นสีอื่นๆได้ดีกว่า (ถูกกว่าด้วย)

Warm Blue

  • Phthalo Blue (PB15)
  • Cerulean Blue (Hue) (PB35)

Yellow Earth

  • Yellow Ochre

Red Earth

  • Burnt Sienna (สีจะออกส้มกว่า แต่แล้วแต่ยี่ห้อ)
  • Indian Red (สีจะออกแดงกว่า)

สังเกตว่าผมจะไม่ใช้สีขาวกับดำ เพราะโดยปกติสีขาวจะได้จากสีของกระดาษอยู่แล้ว และสีดำเรามักจะผสมเอา เช่น Ultramarine+Burnt Sienna เป็นต้น แนะนำให้ซื้อสี Prussian Blue เพิ่ม เป็นสีที่สามารถนำไปผสมเป็นสีดำได้ดีมากครับ

หากบางคนอยากได้สีน้อยๆ หรือต้องการทดลองยี่ห้อใหม่ๆ ก็สามารถใช้แค่แม่สี 3 สีได้ โดยเลือกสีที่มีโทนอยู่ ‘กึ่งกลาง’ ระหว่างร้อนกับเย็นให้มากที่สุด หรือหากจะเลือกเป็นโทน ก็ให้เป็นโทนเดียวกันทั้งสามสีครับ

Yellow: แนะนำเป็น Hansa Yellow Light/Cadmium Lemon Yellow (ออกเขียว) หรือ Hansa Yellow Medium (กลางๆ)

Magenta: Quinacridone Magenta(Rose) (PV19)

Cyan: Phthalo Blue (PB15), Phthalo Turquoise (PB16)

แนะนำให้ทุกสีเป็น transparent ทั้งหมด หรืออย่างน้อยแค่สี cyan ครับ


ผมขอจบไว้เท่านี้ก่อนนะครับ คราวหน้าจะมารีวิวแบรนด์สีน้ำให้ฟังครับผม 🙂

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s